กรณีที่ ไฟฟ้าดับ ระบบการทำงานของโซลาร์เซลล์ ยังสามารถใช้งานได้หรือไม่?

ในกรณีที่ระบบการทำงานของโซลาร์เซลล์เป็นแบบที่มีการเชื่อมต่อกับระบบของการไฟฟ้าหรือออนกริด (On-Grid) ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าในกรณีที่มีการซ่อมระบบ เพราะหากระบบไม่หยุดทำงาน ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากระบบโซลาร์เซลล์ อาจจะย้อนเข้าระบบสายส่งและทำให้เกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานแก้ไขระบบไฟฟ้าได้
การผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ในกรณีที่แสงแดดไม่เพียงพอ ระบบไฟจะตกหรือกระตุกหรือไม่?

ในกรณี ที่ระบบโซลาร์เซลล์มีการเชื่อมต่อกับระบบของการไฟฟ้าหรือออนกริด (On-Grid) และทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า หากไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ผลิตได้ไม่มีเพียงพอต่อการใช้งาน ระบบจะดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาใช้ จึงไม่เกิดไฟฟ้าตกหรือกระตุกเมื่อแสงแดดไม่เพียงพอ
ทำไม? Solar Cell จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน ได้มีการนำพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากมาย และเซลล์แสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในหลายวิธีในการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาทดแทนพลังงานในรูปแบบอื่นๆ รวมถึงเป็นการใช้พลังงานจากธรรมชาติที่คุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้ – ไม่ใช้เชื้อเพลิงใดๆ นอกจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาด ไม่ก่อปฏิกิริยาที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ไม่มีการเผาไหม้ จึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะด้านอากาศและน้ำ – ไม่มีการเคลื่อนไหวขณะใช้งานและไม่เกิดเสียงขณะใช้งาน จึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะด้านเสียง – ช่วยลดปัญหาการสะสมของก๊าซต่างๆ ในบรรยากาศ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์,ก๊าซไฮโดรคาร์บอน และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงพวกน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก ทำให้โลกร้อนขึ้น เกิดฝนกรด และอากาศเป็นพิษ ฯลฯ – ไม่เกิดของเสียขณะใช้งาน จึงไม่มีการปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม
Solar street light ทำงานอย่างไร?

ไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar street light) ทำงานโดยในช่วงกลางวัน แผงโซลาร์เซลล์จะทำหน้าที่ในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าและเก็บไว้ในแบตเตอรี่ หลังจากนั้น ในเวลากลางคืน พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่เก็บไว้จะจ่ายไฟฟ้าให้กับหลอดไฟฟ้า ซึ่งระบบการเปิด-ปิดหลอดไฟฟ้า เป็นไปอย่างอัตโนมัติ หลอดไฟฟ้าที่นิยมใช้กับระบบไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ คือ หลอดไฟฟ้าแบบ LED เนื่องจาก หลอด LED สามารถใช้งานกับแบตเตอรี่ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องแปลงไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ให้ไปเป็นไฟฟ้าบ้าน 220 V ทำให้ง่ายต่อการใช้งานและมีเสถียรภาพสูง
ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ดีอย่างไร?

1. เป็นพลังงานที่สะอาดที่ไม่มีวันหมด การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานจากธรรมชาติที่ได้มาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งพลังงานจากดวงอาทิตย์จัดเป็นทรัพยากรธรรมประเภทใช้แล้วไม่หมดสิ้นและพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์นั้น เกิดจากการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งต่างกับพลังงานอื่นๆ ที่อาจจะต้องมีการเผาไหม้ก่อน เช่น เผาน้ำมัน เผาถ่านหินแล้วปั่นเทอร์ไบน์ด้วยไอน้ำ ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งมลภาวะทางเสียง 2. ผลิตไฟฟ้าได้ทั่วทุกมุมโลก ผลิตที่ไหนใช้ที่นั่นเพียงแค่มีแสงจากดวงอาทิตย์ก็สามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้ในทุกๆ พื้นที่ที่ต้องการ ทั้งในพื้นที่ที่มีสายไฟเดินถึง โดยใช้การเชื่อมต่อแบบระบบออนกริด (ON GRID) ซึ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบสายส่งจากการไฟฟ้า เป็นเสมือนแหล่งจ่ายเดียวกับการไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Synchronization แต่หากในกรณีที่สายไฟเดินไม่ถึง ก็สามารถใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบออฟกริด (OFF GRID) คือระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับระบบจำหน่ายของการไฟฟ้า ระบบนี้เหมาะกับสถานที่ที่ไม่มีไฟฟ้าหรือที่ไฟเข้าไม่ถึง 3. สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศชาติและส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อนและแก้ปัญหาพลังงานให้กับประเทศไทย 4. แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ช่วยบังแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบหลังคา ส่งผลให้ช่วยลดความร้อนหลังคา ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และประหยัดค่าไฟฟ้า 5. การผลิตเพื่อใช้เอง (Self-Consumption) สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว 6. ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไม่มีการเคลื่อนที่ (non-moving part) จึงสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษาระบบ
5 วิธีการ ในการเลือกแผงโซลาร์เซลล์

1. สีของเซลล์แต่ละเซลล์ควรเป็นสีเดียวกันหรือไม่แตกต่างกันมากนักทั่วทั้งแผง 2. แผงโซลาร์เซลล์ที่ดีควรมีกรอบที่แข็งแรง มีความเรียบร้อยในการประกอบ และมีระบบการป้องกันฝุ่นและน้ำซึมได้เป็นอย่างดี มีความหนาพอสมควรเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายและติดตั้ง 3. กระจกที่ใช้ปิดแผงควรเป็นกระจกเฉพาะที่ช่วยตัดเงาหรือสามารถช่วยลดการสะท้อน ของแสงได้ กระจกชนิดนี้จะช่วยให้แผงโซลาร์เซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 4. การเชื่อมต่อเซลล์ภายในของแต่ละเซลล์ต้องมีความเรียบร้อย ขนาดของเซลล์ภายในแผงควรที่จะเท่ากัน (เนื่องจากขนาดของเซลล์ที่ต่างกันจะทําให้ความสามารถในการผลิตแรงดันที่ต่างกัน จึงอาจจะทำให้แผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานที่สั้นลง) 5. ด้านหลังของแผงมีกล่องสําหรับเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ควรเป็นกล่องที่สะดวกต่อการใช้งาน มีความแข็งแรง มีระบบป้องกันน้ำ ป้องกันฝุ่นได้เป็นอย่างดี
ถ้าต้องการติดตั้ง Solar Cell เพื่อผลิตไฟฟ้า จำนวน 1 กิโลวัตต์ ใช้พื้นที่กี่ ตรม.? กี่แผง?

โดยปกติแล้ว การติดตั้งโซลาร์เซลล์ จะใช้พื้นที่ประมาณ 8 -10 ตร.ม. / 1 กิโลวัตต์ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนวัตต์ต่อ 1 แผง เช่น – แผงโซลาร์เซลล์ ขนาด 260 วัตต์ (60 เซลล์) ในการติดตั้งจะต้องใช้แผงโซลาร์เซลล์ ประมาณ 4 แผง เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้จำนวน 1 กิโลวัตต์ – แผงโซลาร์เซลล์ ขนาด 320 วัตต์ (72 เซลล์) ในการติดตั้งจะต้องใช้แผงโซลาร์เซลล์ ประมาณ 3 – 4 แผง เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ จำนวน 1 กิโลวัตต์
การสูญเสียในระบบในระบบโซลาร์เซลล์ คืออะไร?

การสูญเสีย (Loss in the system) ในระบบโซลาร์เซลล์ มีผลทำให้พลังงานไฟฟ้าที่ได้ออกมาน้อยกว่าค่ารังสีอาทิตย์ที่ตกกระทบแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นที่แผงโซลาร์เซลล์ มีผลทำให้พลังงานที่ได้ลดลง ฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อยู่บนแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานลดลง ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์ในการแปลงกระแสไฟจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับ มีผลต่อพลังงานที่ผลิตได้
อุณหภูมิของแผงโซลาร์เซลล์ มีผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าหรือไม่?

กระแสไฟ (Current) จะไม่แปรตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่แรงดันไฟฟ้า (โวลต์) จะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วทุกๆ 1 องศาที่เพิ่มขึ้น จะทำให้แรงดันไฟฟ้าลดลง 0.5% ในกรณีของแผงโซลาร์เซลล์ มาตรฐานที่ใช้กำหนดประสิทธิภาพของแผงแสงอาทิตย์ คือ ณ อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เช่น กำหนดไว้ว่าแผงแสงอาทิตย์มีแรงดันไฟฟ้าที่วงจรเปิด (Open Circuit Voltage หรือ V oc) ที่ 21 โวลต์ ณ อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส หมายความว่า แรงดันไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงแสงอาทิตย์ เมื่อยังไม่ได้ต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ณ อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส จะเท่ากับ 21 โวลต์ ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส เช่น อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส จะทำให้แรงดันไฟฟ้าของแผงแสงอาทิตย์ลดลง 2.5% (0.5% x 5 […]
3 ปัจจัยหลัก ช่วยตัดสินใจติดตั้ง SOLAR CELL

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ประหยัดค่าไฟภายในบ้านพักอาศัยหรือสถานประกอบกิจการ ควรพิจารณาจากปัจจัย ดังต่อไปนี้ 1. วัตถุประสงค์การติดตั้ง 1.1 เพื่อแบ่งเบาภาระค่าไฟ แต่ในขณะเดียวกันยังใช้ไฟจากการไฟฟ้าอยู่ (On Grid) 1.2 เพื่อใช้เอง ไม่พึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอก (Off Grid) 1.3 เพื่อใช้เองในบ้าน ส่วนที่เหลือขายไฟให้การไฟฟ้า (ในกรณี ที่การไฟฟ้าเปิดรับซื้อไฟจากโซลาร์เซลล์) 1.4 เพื่อขายไฟให้การไฟฟ้า (ในกรณี ที่การไฟฟ้าเปิดรับซื้อไฟจากโซลาร์เซลล์) 2. คำนวณความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยวิศวกรจะทำการคำนวณเพื่อช่วยประหยัดค่าไฟ จากการสำรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหรือสถานประกอบกิจการ ดังนี้ 2.1 ชนิดและจำนวนของอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องปรับอากาศ, พัดลม, เครื่องซักผ้า, หลอดไฟส่องแสง, เครื่อง คอมพิวเตอร์, เครื่องถ่ายเอกสาร, เครื่องจักรต่างๆ และอื่นๆ 2.2 ปริมาณการใช้ไฟนานกี่ชั่วโมง 2.3 ระยะเวลาการใช้งานในแต่ละวัน 3. สำรวจพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ว่ามีความเหมาะสมติดตั้งหรือไม่ 3.1 กรณี ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา – ทีมวิศวกรจะทำการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักจากการติดตั้ง […]
5 วิธีติดตั้งระบบ Solar Cell ให้ผลิตไฟได้มากขึ้น

ตำแหน่งติดตั้งควรเป็นบริเวณที่ได้รับแสงตลอดทั้งวัน ตลอดทั้งปี หลีกเลี่ยงเงาที่มาบดบังการรับแสงของแผง Solar Cell เช่น เงาจาก สิ่งก่อสร้าง ต้นไม้ใหญ่ เสาอากาศ จานดาวเทียม ฯ หากอยู่ในสถานที่มี่มีฝุ่นละอองมาก ควรเช็ดล้าง ทำความสะอาดสม่ำเสมอ เพื่อให้แผง Solar Cell มีประสิทธิภาพรับแสงแดดได้ดีขึ้น ควรติดตั้งในที่มีลมพัดระบายความร้อนได้ดี มุมและทิศทางการหันของแผง Solar Cell ต้องเหมาะสม คือทำมุม 15 องศา และหันทางทิศใต้